กุหลาบ

16 ม.ค.

ลักษณะทั่วไปของกุหลาบ

กุหลาบเป็นพรรณไม้ยืนต้น เป็นพุ่มขนาดเล็ก ลำต้นมีความยาวประมาณ 30-200 เซนติเมตร ลำต้นเตี้ยและสูง มีหนาม
หรือไม่มีแล้วแต่ชนิดพันธุ์ลำต้นสีเขียวเมื่อแก่จะเป็นสีน้ำตาลแตกกิ่งก้านมารอบต้นใบเป็นใบรวมแตกออกจากกิ่งก้านก้าน
ใบจะมีหูใบติดอยู่ด้วยลักษณะใบโคนใบมนปลายใบแหลมขอบใบมีหยักเล็กน้อยตัวใบนิ่มมีสีเขียวใบจะออกจากก้านใบเป็น
คู่ขนาดความกว้างของใบประมาณ 2-4 เซนติเมตรยาวประมาณ35เซนติเมตรดอกเป็นดอกเดี่ยวมีก้านดอกยาวแตกออกจาก
ปลายกิ่งหรือง่ามใบที่กิ่งลักษณะดอกเป็นกลีบเรียงซ้อนกันเป็นชั้นๆประมาณ 4-6 ชั้นดอกมีกลีบ 5-15 กลีบขอบดอกเรียบ
ตรงกลางดอกมีเกสรตัวผู้และตัวเมียอยู่รวมกันดอกมีกลิ่นหอมอ่อนๆดอกบานมีความกว้างประมาณ 2-6 เซนติเมตรลักษณะ
ของลำต้นใบดอกแตกต่างกันไปตามชนิดพันธุ์
การเป็นมงคลของกุหลาบ
คนไทยโบราณเชื่อว่าบ้านใดปลูกต้นกุหลาบไว้ประจำบ้านจะทำให้คนในบ้านมีคุณค่าแห่งชีวิตที่สูงเพราะกุหลาบได้รับ
การยกย่องให้เป็นราชินีแห่งอุทยาน(Queen of the Garden)เนื่องจากดอกมีรูปร่างสีสรรที่สวยงามนอกจากนี้คน
ไทยโบราณยังเชื่ออีกว่าบ้านใดปลูกต้นกุหลาบไว้ประจำบ้านจะทำให้เกิดความสง่าภาคภูมิเพราะกุหลาบดอกใหญ่ขณะ
ชูช่อบานนั้นดูโดดเด่นเห็นเป็นสง่าแก่บุคคลทั่วไป
ตำแหน่งที่ปลูกกุหลาบและผู้ปลูก
เพื่อเป็นสิริมงคลแก่บ้านและผู้อาศัย ควรปลูกต้นกุหลาบไว้ทางทิศตะวันออก ผู้ปลูกควรปลูกในวันพุธ เพราะโบราณเชื่อ
ว่า การปลูกไม้เอาประโยชน์ทางดอกให้ปลูกในวันพุธ นอกจากนี้ถ้าจะให้เป็นสิริมงคลแก่ตนเองผู้ปลูกควรเป็ฯสุภาพสตรี
เพราะกุหลาบเป็นราชินีแห่งอุทยาน ดังนั้นชื่อจึงเหมาะสมอย่างยิ่งกับสุภาพสตรี
การปลูกกุหลาบ วิธีที่นิยมปลูกมี 2 วิธี คือ
1. การปลูกในแปลงปลูกเพื่อประดับบริเวณหน้าบ้านเพื่อความโดดเด่น และสว่างามของตนเอง ขนาหลุมปลูก 30 x 30 x 30 เซนติเมตร ใช้ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมัก : ดินร่วน อัตรา 1 : 2 ผสมดินปลูก

2. การปลูกในกระถางเพื่อประดับภายนอกอาคารบ้านเรือน ควรใช้กระถางทรงสูงขนาด 10-16 นิ้ว ใช้ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมัก
: ขุยมะพร้าวหรือแกลบผุ:ดินร่วนอัตราอย่างละ1ส่วนผสมดินปลูกควรเปลี่ยนกระถางปีละครั้ง เพื่อเปลี่ยนดินปลูกใหม่ทด
แทนดินปลูกเดิมที่เสื่อมสภาพไป และเพื่อความเหมาะสมของการเจริญเติบโตของทรงพุ่มด้วย
การดูแลรักษากุหลาบ
แสง ต้องการแสงแดดจัดกลางแจ้ง

น้ำ ต้องการปริมาณน้ำปานกลางควรให้น้ำ 5-7 วัน/ครั้ง

ดิน ดินร่วนซุย ดินร่วนปนทราย ร่วนเหนียว มีความชื้นปานกลาง ระบายน้ำได้ดี

ปุ๋ย ควรใส่ปุ๋ยคอก หรือปุ๋ยหมัก อัตรา1-2 กิโลกรัม/ต้น ใส่ 1-2 เดือน/ครั้ง

การขยายพันธ์ การปักชำ การตอน การทาบกิ่ง การติดตา

วิธีที่นิยมและได้ผลดี การปักชำ การติดตา และการตอน

โรค โรคใบจุด

อาการ มีจุดสีดำบนใบ ทำให้ใบเหลือง และร่วงในเวลาต่อมา

การป้องกัน ควรฉีดยาป้องกันก่อนถึงฤดูฝน เพราะเชื้อราชนิดนี้ระบาดในฤดูฝน ใช้ยาคูปราวิท ไดเทนเอ็ม -45 อัตราและวิธีใช้ระบุตามฉลาก

การรักษา ใช้ยาแคปแทน เบนเลท อัตราและคำแนะนำระบุไว้ตามฉลาก

แมลงศัตรู หนอนเจาะดอก

อาการ กลีบดอกเป็นแผล เป็นรู ทำให้ดอกแคระแกร็น และเสียรูปทรง

การป้องกัน รักษาความสะอาดบริเวณแปลงปลูกฉีดยาป้องกันขณะกุหลาบเดิดดอกใหม่ ในช่วงฤดูหนาว
ใช้ยาดิลดริน อัตราและคำแนะนำระบุไว้ตามฉลาก

การกำจัด ใช้ยาดิลดริน ฟอสดริน อัตราและคำแนะนำระบุไว้ตามฉลาก

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: