Archive | ธันวาคม, 2010

ดอกเข็มม่วง

27 ธ.ค.

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Pseuderanthemum graciliflorum (Nees) Ridl. ชื่อวงศ์ : Acanthaceae ชื่อสามัญ : – ชื่อพื้นเมือง : ร่องไม้ เฉียงพร้าป่า ยายปลัง ชนิดพืช [Plant Type] : ไม้พุ่ม ขนาด [Size] : สูง 1-1.50 เมตร สีดอก [Flower Color] : สีฟ้าอมม่วง ม่วง ฤดูที่ดอกบาน [Bloom Time] : ตลอดปี อัตราการเจริญเติบโต [Growth Rate] : ปานกลาง ลักษณะนิสัย [Habitat] : ดินร่วน ระบายน้ำได้ดี ความชื้น [Moisture] : ปานกลาง แสง [Light] : แดดปานกลาง-รำไร Additional Images ลักษณะทั่วไป (Characteristic) : ไม้พุ่มขนาดเล็ก แตกกิ่งก้านจำนวนมาก ทรงพุ่มแน่นทึบ ใบ (Foliage) : ใบเดี่ยว เรียงเวียนสลับ ใบรูปรี กว้าง 5-7 เซนติเมตร ยาว 10-15 เซนติเมตร ปลายใบแหลม โคนใบแหลมหรือมน ขอบใบเรียบ แผ่นใบสีเขียวสดเป็นมัน เส้นใบสีเขียวเข้ม ดอก (Flower) : สีฟ้าอมม่วงหรือม่วง ออกเป็นช่อแบบช่อฉัตรที่ปลายกิ่ง ใบประดับสีเขียวเข้ม โคนกลีบดอก เชื่อมติดกันเป็นหลอดเล็กยาว ปลายแยกเป็น 5 กลีบ สองกลีบบนติดกันเป็นคู่และมีขนาดเล็กกว่าสามกลีบล่าง กลีบตรงกลางสองอันอยู่ตรงข้ามกันกางออกด้านข้าง กลีบล่าง 1 กลีบมีสีขาวแต้มตรงกลาง ผล (Fruit) : ผลแห้งแตก รูปไข่ยาว การใช้งานด้านภูมิทัศน์ (Landscape Used) : ดอกสวยมีสีสัน ทรงพุ่มตัดแต่งได้ ปลูกลงแปลงประดับสวน ริมน้ำตก ลำธาร สระว่ายน้ำ ใบจะร่วงถ้าน้ำท่วมขังหรือแดดจัด ปลูกในที่มีแสงรำไรจะสวยงามกว่ากลางแจ้ง

หอยทอดครก

26 ธ.ค.

ตามปกติเรามักจะเคยชินกับหอยทอดที่ทอดในกะทะแบนๆกว้างๆ
ที่มักจะเห็นตามร้านค้าทั่วไป แต่เมื่อคราวนี้เรามาพูดกันถึงหอดทอดครก เลยทำให้เกิดคำถามขึ้นว่า หอยอะไรน้า..ที่นำไปทอดในครกที่ตำน้ำพริก อย่างนั้นหรือไง ตามปกติเรามักจะเคยชินกับหอยทอดที่ทอดในกะทะแบนๆกว้างๆที่มักจะเห็นตามร้านค้าทั่วไป แต่เมื่อคราวนี้เรามาพูดกันถึงหอดทอดครก เลยทำให้เกิดคำถามขึ้นว่า หอยอะไรน้า.. ที่นำไปทอดในครกที่ตำน้ำพริก อย่างนั้นหรือไง???
แต่เมื่อไปถึงที่ตลาดบ้านใหม่ ๑๐๐ ปี ไปพิสูจน์กันถึงที่ ทำให้หายคับข้องใจ ไปกันตามๆกัน เราได้พบกับพี่คนขายสองสามีภรรยาที่ช่วยกันหยอด ช่วยกันแคะ เพราะหอยทอดครกที่ว่านี้เป็นเตาที่ใช้ทำขนมครก พูดง่ายๆก็คือ เป็นเตาหลุม ที่ไว้ใช้ทำขนมครกนั่นเอง.. ส่วนผสมไม่ได้ยุ่งยากอะไร เพราะมีส่วนผสมเหมือนหอยทอดทั่วๆไป และเมื่อผสมเสร็จก็นำมาหยอดลงบนเตาหลุมเหมือนหยอดบนมครก และเติมหน้าด้วยหอย หรืออาจเลือกได้หลายเมนูอาทิเช่น ปูอัด เป็นต้น..เมื่อสุกแล้วก็แคะออกมาแล้วใส่กล่องส่งให้ลูกค้า พร้อมน้ำจิ้มรสแซ่บ ที่ทางร้านได้จัดเตรียมไว้ให้รับประทานตอนร้อนๆ ช่วงแป้งกรอบๆพร้อมจิ้มน้ำจิ้มรสแซ่บ… บอกได้คำเดียวว่าอร่อยอย่าบอกใคร..!!

โลหะปราสาท

19 ธ.ค.

 โลหะปราสาท เป็นโบราณสถานล้ำค่าของชาติไทย ได้รับการยกย่องว่าเป็นโลหะปราสาทแห่งที่ ๓ ของโลก ซึ่งปัจจุบันอยู่ที่ประเทศไทยเพียงแห่งเดียว แห่งแรกอยู่ที่ประเทศอินเดีย แห่งที่ ๒ อยู่ที่ประเทศศรีลังกา ทั้งสองแห่งได้ถูกทำลายพังสูญสิ้นไปแล้ว เหลือสมบูรณ์อยู่ ณ วัดราชนัดดารามวรวิหารเท่านั้น โลหะปราสาท ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกของพระอุโบสถ พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดให้ช่างออกแบบก่อสร้างเมื่อ พ.ศ. ๒๓๘๙ ตาม
ลักษณะของโลหะปราสาทที่พรรณาไว้ในหนังสือมหาวงศ์ พงศาวดารลังกา โดยมอบหมายให้สมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาพิชัยญาติ (ทัต บุนนาค) ขณะนั้น ยังเป็นพระยาศรีพิพัฒน์รัตนราชโกษา ดำรงตำแหน่งอธิบดีก่อสร้าง เป็นแม่กองดำเนินการก่อสร้าง และยังโปรดให้ช่าง
เดินทางไปดูแบบโลหะปราสาทในประเทศลังกาด้วย โดยนำเค้าเดิมมาเป็นแบบแล้วปรับปรุงให้เป็นสถาปัตยกรรมตามลักษณะศิลปกรรมของไทย แต่ที่แตกต่างจากโลหะปราสาทองค์
อื่นๆ คือ ไม่ได้สร้างสำหรับพระสงฆ์อยู่ แต่สร้างขึ้นแทนพระเจดีย์เท่านั้น

โลหะปราสาท มีแผนผังเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส ตามโลหะปราสาทที่เมืองลังกา ส่วน
สถาปัตยกรรมนั้นสร้างตามแบบศิลปกรรมไทย ฐานกว้างด้านละ ๒๓ วา เป็นอาคาร ๗ ชั้น
ลดหลั่นกันขึ้น อาคารชั้นล่าง ชั้นที่ ๓ และชั้นที่ ๕ จะเป็นคูหาและระเบียงรอบ ในชั้นที่ ๒ และชั้นที่ ๔ ชั้นที่ ๖ ทำเป็นคูหาจตุรมุขมียอดเป็นบุษบกชั้นละ ๑๒ ยอด และชั้นที่ ๗ เป็น
ยอดปราสาทจัตรมุขสำหรับประดิษฐานพระบรมธาตุ รวมเป็น ๓๗ ยอด หมายถึง หลักธรรมในพระพุทธศาสนา ๓๗ ประการ ที่เป็นปัจจัยให้ดำเนินไปสู่ความหลุดพ้น เข้าสู่ดินแดนพระ
นิพพาน ที่เรียกว่า “โพธิปักขิยธรรม ๓๗ ประการ” การขึ้นสู่โลหะปราสาทแต่ละชั้น จะมี
บันไดวนตั้งอยู่ตรงใจกลางของอาคาร โดยตั้งซุงขนาดใหญ่ยึดเป็นแบบแม่บันได นับตั้งแต่
่เริ่มก่อสร้างโลหะปราสาทในรัชกาลที่ 3 เป็นต้นมา ยังไม่เคยก่อสร้างได้แล้วเสร็จบริบูรณ์ จนถึงรัชกาลปัจจุบันได้เริ่มมีการบูรณะครั้งแรก เมื่อปี 2506

คำว่า “โลหะปราสาท” Lohaprasada เป็นชื่อดั้งเดิมของอินเดีย เรียกมาแต่ครั้ง
พุทธกาล สมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพทรงประทานความหมายว่า ” ตึกที่มียอด
เป็นโลหะ ” ตามตำนานกล่าวว่า โลหะปราสาทแห่งแรกนั้น นางวิสาขาฯได้สร้างถวาย
พระพุทธเจ้า ที่บุพพาราม ประเทศอินเดีย ต่อมาในปี พ.ศ. 382 พระเจ้าทุฏฐคามณีอภัย
ทรงโปรดให้สร้างขึ้นในลังกาเป็นองค์ที่ 2 ปัจจุบันทั้ง 2 แห่งคงเหลือแต่ซากเสาปักอยู่

วัดสระเกศ

19 ธ.ค.

 วัดสระเกศราชวรมหาวิหารเป็นพระอารามหลวงชั้นโท เป็นวัดสำคัญคู่มากับการสร้างกรุงเทพมหานคร เป็นวัดโบราณสร้างมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา เดิมชื่อวัดสระแรัชกาลที่ 1 ทรงปฏิสังขรณ์ขึ้นใหม่โปรดให้ขุดคลองรอบพระอารามและพรราชทานนามว่า วัดสระเกศ จนถึงสมัยรัชกาลที่ 3 โปรดให้บูรณปฏิสังขรณ์ทั่วทั้งพระอารามและสร้างสิ่งต่างๆ เพิ่มเติม เช่น พระบรมบรรพตหรือภูเขาทอง สิ่งสำคัญภายในวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร ได้แก่ พระบรมบรรพตหรือภูเขาทอง ซึ่งสร้างเป็นพระปรางค์ในสมัยรัชกาลที่ 3 แต่เกิดทรุดทังลง รัชกาลที่ 4 โปรดให้ซ่อมแซม โดยแปลงเป็นภูเขาและก่อพระเจดีย์ไว้บนยอด ภายในบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ สร้างแล้วเสร็จในสมับรัชกาบที่ 5 นอกจากนี้ภายในพระอุโบสถที่ภายในมีภาพเขียนจิตรกรรมฝีมือช่าง สมัยรัชกาลที่ 3 และหอไตร ศิลปะสมัยอยุธยาบานหน้าต่างเป็นลายรดน้ำ

เรือสำปั้น

6 ธ.ค.

เรือสำปั้นเป็นเรือชนิดต่อ พัฒนามาจากเรือจีนเรียกว่า ซำปัง หรือ ซาปัง ที่แปลว่า สามแผ่น แต่ช่างต่อเรือชาวไทยได้ดัดแปลงให้มีความอ่อนซ้อยขึ้น ข้อเสียของเรือสำปั้นคือเรือที่มีส่วนหางสูง จึงไม่สามารถติดเครื่องยนต์ได้ ทำให้ความนิยมลดน้อยลง เรือสำปั้นในตลิ่งชัน ส่วนใหญ่จะซื้อมาจากอู่ต่อเรือที่คลองบางหลวง(คลองบางกอใหญ่) ปัจจุบันยังมีใช้อยู่เป็นจำนวนมาก

บอกเผ่า(เขนกใส่ดินปืน)

5 ธ.ค.

เป็นกระบอกดินปืนที่ใช้คู่กับปืนดาบศิลา ส่วนใหญ่จะใช้เขากระทิงที่มีลักษณะสวยงาม ซึ่งในอดีตในชุมชนโหล่หินมีกระทิงอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก บอกเผ่าเป็นภาษาเรียกของคนโหล่หินหรือทางล้านนา บอกเผ่าแยกเป็น 2 ส่วน ส่วนแรกส่วนหัวทำด้วยไม้แกะสลัก เจาะรูสำหรับใส่ดินปืนพร้อมฝาปิด ส่วนที่สองเป็นตัวกระบอกทำด้วยเขากระทิง หรือวัวชน นำมาขัดและตกแต่งด้วยลวดลายแกะสลักรอบๆเขา ร้อยด้วนเชือกสำหรับสะพายเวลาออกล่าสัตว์ มีขนาดน้อยใหญ่ตามความต้องการของผู้ใช้

ต้นยางพารา

5 ธ.ค.

การปลูกต้นยางพารา
การปลูกยางพาราจะแตกต่างกันไปตามชนิดของต้นพันธุ์ยางซึ่งในที่นี้จะกล่าวเฉพาะการปลูกด้วยต้น ตอตาและต้นยางชำถุงเท่านั้น เนื่องจากการปลูกด้วยเมล็ดแล้วติดตาในแปลงมีขั้นตอนที่ยุ่งยากและเสียค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษามาก จึงไม่ค่อยมีผู้นิยมทำกันในปัจจุบัน
1. การปลูกด้วยต้นตอตา นำดินบนที่ผสมปุ๋ยร้อคฟอสเฟตเรียบร้อยแล้วใส่รองก้นหลุมแล้วกลบหลุมให้เต็มด้วยดินล่าง จากนั้นใช้เหล็กหรือไม้แหลมขนาดเล็กกว่าต้นตอตาเล็กน้อยปักนำเป็นรูตรงกลางหลุมให้ลึกเท่ากับ ความยาวของรากแก้ว แล้วนำต้นตอปักลงไป กดดินให้แน่น พูนดินบริเวณโคนต้นเล็กน้อยอย่าให้กลบแผ่นตา พยายามให้รอยต่อระหว่างรากกับลำต้นอยู่ระดับปากหลุมพอดี
2. การปลูกด้วยต้นยางชำถุง
2.1 วิธีปลูกยางในภาคตะวันออกและภาคใต้ นำดินที่ผสมปุ๋ยร้อคฟอสเฟตเรียบร้อยแล้วใส่รองก้นหลุม จากนั้นนำต้นยางชำถุงไปตัดดินที่ก้นถุงออกประมาณ 1 นิ้ว เพื่อตัดปลายรากที่คดงอแล้ววางลงไปในหลุม โดยให้ดินปากถุงหรือรอยต่อระหว่างลำต้นและรากอยู่ในระดับพื้นดินปากหลุมพอดี ถ้าต่ำเกินไปให้ใส่ดินรองก้นหลุมเพิ่ม หรือถ้าสูงเกินไปให้เอาดินในหลุมออก จัดต้นยางให้ตรงกับแนวต้นอื่น ใช้มีดกรีดด้านข้างถุงพลาสติกจากก้นถุงถึงปากถุงให้ขาดจากกัน กลบดินล่างที่เหลือลงไปจนเกือบเต็มหลุม อย่างเพิ่งกดแน่น ค่อยๆดึงถุงพลาสติกที่กรีดไว้แล้วออกอัดดินข้างถุงให้แน่น แล้วกลบดินเพิ่มจนเต็มหลุม อัดให้แน่นอีกครั้ง พูนโคนเล็กน้อยเพื่อป้องกันน้ำขัง จากนั้นปักไม้หลักและใช้เชือกผูกยึดต้นยางไว้เพื่อป้องกันลมโยก
2.2 วิธีปลูกยางในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ให้ปลูกแบบลึก โดยใช้มีดคมๆ ตัดดินก้นถุงออกประมาณ 1 นิ้ว เพื่อตัดปลายรากที่คดงอจากนั้นวางยางชำถุงลงในหลุมปลูกให้ถุงแนบชิดกับดินเดิมก้นหลุมจัดต้นยาง ให้ตรงแนวกับต้นอื่น ใช้มีดกรีดด้านข้างถุงพลาสติกจากก้นถุงถึงปากถุงให้ขาดจากกัน กลบดินบนที่ผสมปุ๋ยร้อคฟอสเฟตแล้วลงในหลุมประมาณครึ่งหนึ่งของถุง อย่างเพิ่งกดแน่น ค่อยๆ ดังถุงพลาสติกที่กรีดไว้ออก อัดดินที่ถมข้างถุงให้แน่นแล้วกลบดินเพิ่มให้เต็มหลุม อัดให้แน่นอีกครั้ง หลังจากปลูกต้นยางชำถุงเสร็จแล้ว ควรปักไม้หลักและใช้เชือกผูกยึดต้นยางเพื่อป้องกันลมโยกและหาเศษวัชพืชคลุมดินบริเวณโคนต้นไว้ด้วย

 

หม้อดินเผา

5 ธ.ค.

เป็นเครื่องปั้นดินเผาชนิดไม่เคลือบ เนื้อดินแดงธรรมดาของบ้านเกาะเกร็ด อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี ที่เป็นแหล่งผลิตเพียงแห่งเดียว และมีความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะเครื่องปั้นดินเผาบ้านเกาะเกร็ดที่มีชื่อเสียงตั่งแต่โบราณจนถึงยุคปัจจุบัน ที่ช่างปั้นชาวไทยเชื้อสายมอญแห่งเกาะเกร็ด ทำขึ้นเพื่อใช้เป็นเครื่องบรรณาการ มีความสวยงามประณีตที่ทำด้วยใจรัก นิยมนำไปถวายวัด หรือให้แก่บุคคลที่ตนเคารพนับถือ

กริช

5 ธ.ค.

กริซตระกูลท่านปันไดลาระ เป็นกริชที่ได้รับการยอมรับในกลุ่นักทำกริช หรือกลุ่มผู้นิยมกริชทั่วโลก เพราะกริชที่มีลักษณะโดดเด่นเป็นพิเศษกว่ากริชอื่นโดยเฉพาะใบกริชและหัวกริช เนื่งจากส่วนใหญ่เป็นศิลปะรูปหัวนกปีอกากา หรือนกฝังก หรือนกกินปลาตามที่คนท้องถิ่นเรียกนกปีอกากานั้น ครูตีพะลีอธิบายว่าเป็นนกในวรรณคดีท้องถิ่นที่มีความหมายว่า ผู้คุ้มครองกริชรามัน จะใช้หัวกริชเป็นรูปนกปีอกากาแทบทั้งสิ้นกริซตระกูลท่านปันไดลาระ เป็นกริชที่ได้รับการยอมรับในกลุ่นักทำกริช หรือกลุ่มผู้นิยมกริชทั่วโลก เพราะกริชที่มีลักษณะโดดเด่นเป็นพิเศษกว่ากริชอื่นโดยเฉพาะใบกริชและหัวกริช เนื่งจากส่วนใหญ่เป็นศิลปะรูปหัวนกปีอกากา หรือนกฝังก หรือนกกินปลาตามที่คนท้องถิ่นเรียกนกปีอกากานั้น ครูตีพะลีอธิบายว่าเป็นนกในวรรณคดีท้องถิ่นที่มีความหมายว่า ผู้คุ้มครองกริชรามัน จะใช้หัวกริชเป็นรูปนกปีอกากาแทบทั้งสิ้น